ทว่า เมื่อเรา รู้สึกว่า สไตล์ของตนเอง ไม่น่านิยม และแอบชื่มชม ของคนอื่น และกระเหี้ยนกระหือเอาเยี่ยง ความทุกข์ ก็จะมา ด้วย เราเอง อาจจ ไม่สามารถ ทำเทียมเขา
แม้กระนั้น การเลือกสไตล์ ของแต่ละชน มันก็คือ เอกสิทธิ์ ของเขา ไม่ว่า จะเลือก และพอใจ ที่ตนเอง เป็นอยู่ หรือ อยากเลียนแบบ ชนใด
ทว่า ประเด็นสำคัญ คือ แล้ว มีความสุขไหม กับ ที่เป็น ที่ได้สมใจ ที่ไม่สมใจ หรือที่ กำลัง ตะเกียกตะกายอยู่
อย่าลืมว่า เวลาในชีวิต มัน เดินไปอยู่ตลอดเวลา หมายความว่า เวลา ของ การมีชีวิต ของตัวเอง มัน ลดลงเรื่อยๆ การเอาเวลานี้ ไปแลก กับ สิ่งที่ ทำอยู่ มันคุ้มไหม ตอบกับตัวเอง ในมุมลับๆ ที่ไม่ต้อง ให้ใคร ได้ยิน
มนุษย์ มี ความรู้สึก เป็นเครื่องมือ ตัดสิน แบบหนึ่ง
ไลฟ์สไตล์ ก็คือ รูปแบบต่างๆ ของการใช้ชีวิต และมันก็ ดั่ง เสื้อผ้า อาหาร ที่ต้องเปลี่ยน เพื่อให้ ความรู้สึก ไม่เบื่อ บังเกิด
ความนึกคิด คือ ตัวสนับสนุน ความรู้สึก เมื่อ ชนรู้สึกเบื่อ เขา จะพยายามสร้าง เหตุผล เพื่อ สนับสนุน ให้เกิด ความชอบธรรม เปลี่ยน
บรรดา เหล่ากู(คิดว่ากู)รู้ เรียก สภาพนี้ว่า กิเลส และ ตั้งแง่ รังเกียจมัน ว่า มันคือ ตัว มารแห่ง ความสุข ของชีวิตมนุษย์ และพยายาม ที่จะ กำหนด วิถีแห่ง การมีสุข ในการดำรงชีพที่เหลือ ตามแบบจริตของเขา
มันก็คง ไม่มีอะไร ที่ เป็น ประเด็น หากว่าเหล่า กู(คิดว่ากู)รู้ พวกนี้ ไม่ออกมา แสดงบทบาท ผู้นำจิตวิญญาณ ชี้แนะ ชักชวน บังคับ ให้เข้ารีตที่เขากำหนด
ไม่แน่ชัดว่า เหล่า กู(คิดว่ากู)รู้ พวกนี้ มีเจตนาใด ในการ ประพฤติดังที่พวกเขา อยาก อันนี้ แล้วแต่ พวกมันแต่ละคนไป
ฉัน สงสัย ในทีว่า ในเมื่อ พวกมึง ดำเนินกิจกรรมการฆ่าเวลาในชีวิตตนเอง แล้วมีความสุข ใย พวกมึง ถึง กระเสือกกระสน ออกหน้ามา วุ่นวายกับ ชนอื่น หรือ อาจเพราะ พวกชนอื่น มาบ่นให้ฟังว่า ไลฟ์สไตร์ที่พวกเขา ยึกเหนี่ยวอยู่นั้น มันแค่ น่าเบื่อ และตอนนี้ ไม่รู้สึกเป็นสุข ซึ่งบ่อยครั้ง ที่ชักชวน ไม่สำเร็จ และสุดท้าย พวกมึงก็ต้อง ทุกข์ เพราะ ไม่สมใจปรารถนา ของ ตัวเอง
บ่อยครั้ง ที่พวก กู(คิดว่ากู)รู้ เหล่านี้ อ้างว่ามันเป็น ภาระกิจ ของตัว ที่จะ นำพา เหล่า กิเลสชนทั้งหาย หลุดจาก ทุกข์ เพื่อ ไปสู่สุข ซึ่งบ่อยครั้ง ไอ้วิถี แห่งจะไปสุข ของพวกมึง มันยากกว่า การอยู่ใน กิเลส อย่างที่พวกมึกล่าว และรังเกียจ มากมาย
เห็นไหม ศาสดาของเรา ก็ต้องเผชิญ กับ มารแห่งกิเลส เช่นนี้ พวกสูเจ้า มาถูกทางแล้ว อย่าย่อท้อ จะแพ้ มารกิเลส อ้อ อย่าลืม ทำบุญ ให้ ศาสนสถาน และกู(คิดว่ากู)รู้ด้วยนา จะทำให้เกิด อำนาจบารมี อภิมหาทวีคูณ เพื่อส่งให้ สูเจ้า พ้นมารกิเลส เร็วๆ
แล้ว ยังไง สรุปว่า กูจะพ้น มารกิเลส ต้อง ทำบุญ ด้วย ทรัพย์ ก็จะได้ พลังมาพ้น กิเลส งั้นรึ แล้วถ้า ทรัพย์ กูหมด กลางทางล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น
หมดทรัพย์ ก็ไม่สามารถ พ้นกิเลส ที่ก่อทุกข์ ด้วยงั้นรึ ตอนนี้ ทรัพย์กูก็ไม่มี กูถึงได้มาหามึง เพราะ กูเกิดทุกข์ สรุปว่า กูต้อง ทำไง
คือ ศาสนสถานของเรา ต้อง บูรณะ ด้วยเสื่อมโทรม การขยายขึ้น เพื่อ รองรับศาสนิกชนที่มามากขึ้น
อ้อ ศาสนสถาน ของมึง ดีกว่า บ้าน ที่กูอยู่อาศัยอีก พวกมึง อาศัยกินนอนขี้ โดยไม่ต้อง ออกเองสักบาท แต่กูไม่ได้ใช้ แต่ต้องมาจ่ายให้มึง งั้นรึ ลูกกู ครอบครัวกู กำลังจะไม่มีกิน อยู่นะนี่
ทำตาม กำลัง ศรัทธาและทรัพย์ที่มี นะ
ก็กูไม่มีอยู่นี่ไง ไม่ทำได้ไหม
เป็นหนี้ ศาสนสถาน บาปมากๆๆๆ นะ
อ้าาาาว นี่กู อยู่ดี ไม่ว่าดี มาหา บาป ใส่ตัวอีก สิน๊าาาาา