31 ม.ค. 2569
คุณค่าเรา ใครเห็น หรือ เรามโนเอง
คุณค่า ตาม พจนานุกรม
คุณค่า (Value) หมายถึง สิ่งที่มีประโยชน์, ความสำคัญ, ความดีงาม, หรือความน่าปรารถนาในเนื้อแท้ของสิ่งต่างๆ ทั้งสิ่งของ บุคคล หรือการกระทำ ซึ่งคุณค่ามักสะท้อนความรู้สึกพึงพอใจและความจำเป็นที่ได้รับ เป็นสิ่งที่วัดได้ยากกว่า "มูลค่า" (ราคา) แต่เป็นคุณประโยชน์เชิงคุณภาพ เช่น คุณค่าทางใจ คุณค่าโภชนาการ
ใคร ที่เขาเห็น ค่าเรา ด้วยเขา ได้ประโยชน์ จากเรา ในทางตรง หรือ ทางอ้อม
ใครที่ บอกเราว่า ต้องทำอย่างนู้นอย่างนี้ จึงจะเป็นคน มีคุณค่า อันนี้ เขาหวัง ประโยชน์ จากเรา โดยทางตรง
การที่เรา ไม่ได้ รับภาระหน้าที่ ที่สังคม ยกย่อง ว่า หน้าที่นั้น มันมีคุณค่า มันคือ ที่เรา ต้อง ตระหนักรู้เอง ว่า ตัวเอง มีคุณค่า
ฉัน จะมากล่าวเรื่องนี้ ทำไม ในเมื่อ มันดั่ง สามัญ สำนึก อยู่แล้วว่า คำว่า บุคคลที่มีคุณค่า นั้น เป็นได้อย่างไร
ก็ใช่ ดังนั้น ฉันจะกล่าวถึง กลุ่มบุคคล ที่ ภาระของเขา หาได้ มีใครบอกว่า มีคุณค่า ทั้งที่เขา มีคุณค่า อยู่ในตัว เขาคือ
พ่อค้า วาณิชย์ ที่เขา นำพาการกระจาย สินค้า ออกไปยังดินแดนที่ ไกลออกไปจาก ต้นกำเนิด
ผู้เสียสละ รับภาระหน้าที่ ที่คนอื่น รังเกียจ มัน อาทิ คนฆ่าสัตว์ คนเก็บขยะ
มิจฉาชีพ แม้ที่เขา ด้วย ความจำเป็น บีบบังคับ ทว่า เขาก็มี คุณค่า (เออ นี่ฉัน กำลังเป็นบ้า อยู่ป่าววะเนี๊ยะ)
มิจฉาชีพ มีคุณค่า ในการ กระตุ้นการสร้าง การต่อต้าน
นวัตกรรม มักเกิดจาก เพื่อการแก้ปัญหา ที่เกิด
มิจฉาชีพ ที่ ประสบความสำเร็จ คือ พวกที่คิดอะไร ที่ พวกก่อนหน้า ไม่ได้คิด
ดังนั้น พวกเขา กระตุ้น ให้ เกิดระบบป้องกัน จุดโหว่ ขึ้นมา ในเวลาต่อมา
มี มิจฉาชีพ ตัวกลั่น จำนวนมาก ที่ได้รับการ กล่าวถึง แน่นอนว่า มันคือ การยกย่อง ในวีรเวร ของเขา เช่น พวก มาเฟีย พวกหัวหน้าเครือข่ายค้ายาเสพติด ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชนหนึ่ง ย่อมมี วีรบุรุษเหล่านี้ ในใจ สัก 1-2 คน นั้นคือ บุคคล ทรงคุณค่า ของเขา
ผู้เสียสละ โดยหน้าที่ ที่ไม่มีใคร อยากทำ
คนเก็บขยะ ที่คนทั่วไป จะรังเกียจ ทั้งสิ่งที่เขาเก็บ และตัวคนเก็บ โดยหารู้ไม่ว่า คนที่ทำน่ะ เห็นว่าขยะนั้นมัน ดั่งทอง หรือ ภาระหน้าที่ที่เจารับนั้น มันสร้างรายได้ทางอื่น อาทิ ฉันเคยจ้าง พนักงานดูดส้วมของราชการ ช่วยซ่อมแซมระบบท่อส้วมที่เสียหาย เขาคิดฉัน 3,000 บาท (ประมาณต้นๆปี 2567) โดยเขาร่วมมือกัน 3 คน ทำการเพียง ชั่วโมงเดียว
คนฆ่าสัตว์ เพื่อเป็นอาหารแก่ มหาชน ที่จะได้ไม่ต้อง ทำมันเอง
ครูในดินแดนธุรกันดาร เป็น หน้าที่ ที่รับหน้าที่นั้น ได้รับการยกย่อง
แน่นอนว่า ภาระหน้าที่หนึ่งๆ ย่อมสร้าง ผลประโยชน์ แก่ชนที่รับหน้าที่ ทั้งใน ทางตรง และทางอ้อม ไม่มากก็น้อย ทว่า หากไม่เช่นนั้น จะไม่มี คนมารับทำ
ประเด็น ก็คือ พวกเขา จะไม่ได้รับการประกาศ ว่า เขาชื่อ... เป็นบุคคลทรงคุณค่า ในด้าน...
ภาระหน้าที่ ที่ถูกตราว่า ขี้โกง
พ่อค้าวาณิชย์ ทั้งแบบ รายอนุภาค ไปถึง มหาภาค
คิดดูว่า สินค้าแปลกๆใหม่ๆ ที่ชนใช้ ที่มันผลิตจาก ดินแดนที่ไกลโพ้น หากไม่ได้ คนเหล่านี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่
ผ้าไหม จากแดนตะวันออก จะไปถูกสวมใส่เฉิดฉาย ที่ ฝรั่งเศษ
ใบชาแห้ง จะไปสนอง กิเลส ชนอังกฤษ จนเกิดการปล้น ที่ถูกยกย่องว่า ชอบธรรม
อาวุธ จาก ตะวันตก ที่ ใช้กันไทย สมัยอยุธยา
แม้กระนั้น ชนกลุ่มนี้ ก็ไม่เคย ได้รับการยกยกย่องว่า เขามีคุณค่า หรือแม้แต่ จะมีใคร ตระหนักในใจ
เมื่อไม่มีใครเห็น คุณค่า ก็ทำให้พวกมันเห็น
ดังนั้น เราจะเห็นว่า พ่อค้าวาณิชย์ ที่ร่ำรวยมหาศาล จะกระเสือกกระสน ยอมทุ่ม เพื่อ ให้ตัวเขา ได้ ออกมาเฉิดฉาย ในวงการปกครอง เป็น นักการเมืองการปกครอง
เพื่อ ให้เป็นเกียรติประวัติ แก่ วงศ์ตระกูล แม้เข้ามาแล้ว จะสร้าง หายนะ แก่ชนโดยส่วนรวม
แม้กระนั้น ก็ยังมี สามัญชน จำนวนไม่น้อย ที่ยกย่อง วีรเวร แห่ง สามานย์พฤติกรรม เหล่านี้
นี้ ยังรวมถึง บรรดา มิจฉาชีพ ที่ เบียดเบียน ก่อความเดือนร้อน แก่ อภิมหาชน ก็ยัง มั่นหน้า เข้ามาด้วย เช่นกัน
ด้วยเหตุผล นานาประการ ในตัวพวกเขา ทำให้ พวกเขาเหล่านี้ ตะเกียกตะกาย จากมุมมืด ออกมาเสนอหน้า เพื่อเป็น นักการเมือง และก็ทำได้ ง่ายดาย ด้วย เงินสกปรก ที่พวกเขามี ซื้อวิญญาณ คนเก่ง ที่บางส่วนเทาๆ และเชิดชูพวกเขา ด้วยมี ศีลเสมอกัน มาทำงานให้ เป็น ดั่งมือเท้า
แรงผลักที่ ต้านทาน ไม่ได้
มนุษย์ เป็น สัตว์สังคม โดยแท้ การ มีที่ยืน ในสังคม มันประกัน การอยู่รอด สำหรับชน ที่ ปลูกหาปลากินเองไม่ได้
ดั่ง เหรียญ ที่มี สองด้าน
ใดๆ ในโลก ล้วน มี
ชนก่อการร้ายโดยตรง ขณะเดียวกัน เขาก็สร้าง คุณค่าในด้านดี แก่ชนอื่น
และ แม้ชนที่คิดว่าตัว ก่อการดี โดยตรง มันก็จะเกิด การร้ายให้อุบัติ โดยอ้อม แก่ชนอื่น รวมถึง ชนที่เขา ยื่นมือช่วย เช่นกัน
คำว่า คุณค่าในชน หนึ่ง มันเป็น นามธรรม ที่ขึ้นกับว่า ใครจะมีทัศนะ ต่อ พฤติกรรม นั้น ที่ปรากฎว่า เช่นไร
ทว่า อย่างไรก็ตาม การพยายามรับหน้าที่ ที่ก่อการดี ไม่เบียดเบียนมนุษย์ด้วยกัน ก็จะไม่ทำร้ายตัวเอง และ ผู้สืบสันดานตน ในภายหลัง ด้วยถูก สาปส่ง ให้ลูกหลาน ได้อับอาย ทำคุณให้ใครไม่ขึ้น
หมายเหตุ1 ฉันจำข่าวหนึ่งที่ว่า มีบุรุษนายหนึ่ง แห่งตะวันตกดินแดน (น่าจะเป็น ฝรั่งเศส ขออภัย หากจำผิด) ได้รับการยอย่องว่า เป็น วีรบุรุษ แห่ง วงการค้าทาส มีการสร้างอนุสาวรีย์เพื่อเชิดชู ต่อมาในปัจจุบัน ย้านหลัง ไม่นานนี้ บรรดา ประชาชน ประนามว่าเขาชั่วช้า ด้วย ก่อกรรมกับมนุษย์ชาติด้วยกัน แม้ว่า สิ่งที่เขากระทำนั้นต่อมามัน ก่อให้เกิดการย้ายถิ่น ของ ชนที่เป็นทาส มาเป็น ประชากรหนึ่ง แห่ง อเมริกา
ตระหนักถึง คุณค่า ในตัวเอง
เมื่อ ชนใด ที่ไม่ได้อยู่ใน สถานะ บทบาทที่รับ หรือความเสียสละตน เป็นที่ประจักษ์ และได้นับการ ยกย่อง ยกหาง จาก ชนอื่นว่า เป็น ผู้มี คุณค่า
เขา จำเป็น ต้อง ตระหนักถึง ภาระ บทบาท ที่ตัวเอง ดำเนินอยู่ ว่า มันมี คุณค่า แม้จะ เป็น แค่
แม่บ้าน ที่จุกอยู่แต่ในรู เลี้ยงลูก ทำงานบ้าน งกๆ
ขอทาน ที่ พิการ สิ้นปัญญา หาเลี้ยงชีพ ด้วย ภาระอื่น
แม้แต่ เขาที่ นอนรอความตาย ด้วยป่วย ในระยะ สุดท้าย ที่ทำได้แค่ รอว่า จะได้ตื่นขึ้นอีกไหม ในหลับ ครั้งหน้า
การรู้ว่า ตัวเองมี คุณค่า ทำให้ได้ สุขใจ
การถูก โพทนาว่า ชนหนึ่งนั้น มีคุณค่า โคตรๆ โดยชนอื่น นั้น ในทาง วัฒนธรรมแล้ว ชนนั้น ต้อง ให้ประโยชน์ชนอื่น จนพวกเขารู้สึก ทะลักล้น จนจะอ้วกออกมา และรู้สึก ละอาย หากว่า พวกที่ได้ประโยชน์ ไม่เอ่น สรรเสริญ สักอย่าง ออกมา
หาไม่เช่นนั้นแล้ว การโพทนา ว่าชนหนึ่ง มีคุณค่า จะไม่เกิด
ดังนั้น การ หาว่า ภาระที่ตนรับ มีคุณค่า โดยตรง ต่อ ชนอื่น อย่างไรบ้าง จึงเป็น วิถี ในการ หาความสุข ของ ชนทั่วไป
แน่นอนว่า เสมอแล้ว มันต้องเป็น สุจริตภาระ ที่ชน กระทำ ต่อ ผู้อื่น นอกเหนือจาก ตัวเอง
พ่อแม่ ทำให้ ลูก หลาน เหลน
ครู ทำให้ ศิษย์
ข้าราชการ ทำหน้าที่ตน
เอกชน ทำเพื่อ ชนอื่น แม้แค่หนึ่ง
รักตัวเอง หรือ หลงตัวเอง
แน่นอนว่า พฤติกรรม นี้ มองในทัศนะชนอื่น ที่ขาด เครื่องหมายบวก มักสะท้อนกลับมาว่า หลงตัวเอง
"หลง" มีความหมายได้หลายอย่างในภาษาไทย เช่น เข้าใจผิด (หลงทาง, หลงกล), มัวเมาคลั่งไคล้ (หลงเสน่ห์, หลงในอบายมุข), พลัดหลง (หลงป่า), ความจำเลอะเลือน (แก่แล้วหลง),
หรือหมายถึง มังกร ในภาษาจีน (龙, lóng) ซึ่งนิยมใช้ในชื่อไดโนเสาร์
การตระหนักถึง ของชน หาก อยู่บน ภาระหน้าที่ ที่เป็นจริง กระทำจริง และรู้สึก ภาคภูมิใจ ในที่ตนลงแรง ย่อม ไม่ใช่ การหลง
หากว่า ไปในทางว่า ตนกระทำทุจริต โดยตรง ทว่า มโนว่า มันคือ สุจริตพฤติกรรม หรือ มโนถึง ประโยชน์ในทางอ้อม ที่ไม่สามารถ ยืนยันได้ว่า มันเป็นจริง หรือแม้แต่ ดำเนินพฤติกรรมสุจริต แล้วมโน ถึง คุณค่า โดยอ้อมเสียใหญ่โต และ หวังว่า ชนที่ได้รับฟังทัศนะบูดๆเหล่านี้ ที่ตนออกปาก หวังว่า ชนอื่นจะ ชื่นชมยกย่อง นี้คือ หลงตัวเอง แน่แท้
<จบ>