27 ม.ค. 2569
ศัตรู ที่แม้เรา เกลียด ก็ยังไม่เท่า คนที่ เคยรัก ที่ ทรยศ ต่อ ใจ ของเรา
คนกลุ่มแรกของชีวิตเรา คือ คนในครอบครัว
ยุคสมัย แห่งการ เอาชีวิตรอด มันเปลี่ยนแปลงไป อย่างรวดเร็ว นับแต่ที่ ความรู้ เข้ามามี บทบาท ในการดำรงชีพ ส่งผลให้ การเกาะยึดกัน ทางใจ ระหว่าง ปัจเจก อ่อนแรงลง
ในยุคแห่ง การต้องร่วมมือกัน ในหน่วย สังคมจุลภาค อย่าง ครอบครัว วัฒนธรรม แห่งการสร้างการยึดเกาะกัน อย่างเหนียวแน่น ในสังคม ครอบครัว ได้รับการ สืบสาน แม้มันจะเป็น ความจริง ที่ปน ความเชื่อ อยู่
การ ยึดเหนี่ยว วัฒนธรรม แห่งความผูกพัน ในสังคม ครอบครัว ก็ขยาย ออกเป็น วัฒนธรรม แห่งชุมชน เพื่อ ให้อยู่ร่วมกัน โดยสงบ และ สามัคคี
ยุคแห่ง การสร้างความ กลมเกลียว ในครอบครัว และความสามัคคี ในชุมชน มักเป็นยุค การต้องพึ่งพาแรงงาน ของ สมาชิก ใน สังคม ด้วย แรงงานที่เกาะกันน้อยนิด ไม่อาจสร้าง ผลผลิต ได้เพียงพอ แก่ การยังชีพ
ในยุค แรงงานรวม เพื่อ ผลผลิต การอยู่ร่วมกัน ด้วย การยึดเหนี่ยว ทางใจ จึงเป็น สิ่งสวยงาม และหลักประกัน การอยู่รอด
ยุคความรู้ ตัวใครตัวมัน ใจ จึง อ่อนแอ
เมื่อเข้าสู่ยุคที่ ความรู้ คือ เครื่องมือหนึ่ง ที่ไร้ตัวตน ทว่าใช้ หาเลี้ยงชีพได้ ชนที่ สามารถ หามันมาครอบครอง ใช้มัน เพื่อ ยังชีพ และที่สำคัญคือ มันเป็น งานที่ ไม่ต้อง รวมกลุ่ม อย่างเหนียวแน่น วัฒนธรรม แห่งความร่วมมือกัน กลายเป็น เรื่องที่ ถูกยึดถือ น้อยลง
ชนที่ ใช้ความรู้ เพื่อยังชีพเองได้ พวกเขา จะ
มีความอดทน ต่อ สิ่งที่ ตนเอง ไม่พึงใจ น้อยลง
ต้องการ อิสระภาพ ไม่ต้องการ อยู่ใต้ อาณัติ ใครอีกต่อไป
มี อัตตาแห่งตน สูง และ ตนเอง คือ ศุนย์รวมแห่ง จักรวาล
มีความรู้สึกใดๆ ทางใจ น้อยลง
อาชีพที่ ทำลำพังได้ ก็เช่นกัน คือ ใจ อ่อนแอ
นอกเหนือจากอาชีพ ที่ใช้ ความรู้ แล้ว อาชีพที่ คนใจอ่อนแอ อีก อย่างคือ แม้ใช้ แรงกาย และกายแรง ทว่า เขาทำเอง ลำพัง ได้
เมื่อ ใจ อ่อนแอ การ ทรยศ จึงคือ วัฒนธรรม ใหม่
ฉันเอง เติบโต มาในยุค ความรู้เริ่มเป็น เครื่องมือสำคัญ สำหรับการ หาเลี้ยงชีพ
แม่ ของ ฉัน ไม่ยอมให้ฉัน ช่วยงานที่บ้าน งานที่พ่อใช้ เป็นเครื่องเลี้ยงชีพ แน่นอนว่า มันต้องใช้ แรงงานกลุ่ม
อันที่จริง เรื่องนี้ มันมี ประเด็นมากมาย และซับซ้อน ทว่า รวมกันคือ แม่ ไม่ค่อยให้ฉัน ลงแรง เพื่อครอบครัว โดยรวม
ความสัมพันธ์ ของฉัน กับ สมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว จึงไม่เกิด พันธะทางใจ ที่เหนียวแน่น ทั้งๆที่ ฉัน เป็น พี่ชายคนโต ในคอกนั้น
เมื่อไม่ได้ ลงแรงร่วม ก็ไม่ได้ ผลตอบแทน จากผลประโยชน์ แห่งกองกลาง
ซ้ำร้าย เมื่อฉัน ประสบอุบัติเหตุ จนร่างกาย ไม่สามารถ ใช้แรงงานได้ ฉันก็ยิ่งเป็น คนนอกที่อยู่ข้างใน ครอบครัว ที่ หาความหมายใดๆ ตาม วัฒนธรรม แห่งการร่วมมือ เป็นกลุ่ม ไม่ได้
เมื่อเกิด ความขัดแย้งใดๆ แม้ใน คอกเดียวกัน มันก็จะ รุนแรง ราวกับ หรือ ร้ายแรงกว่า เกิดเหตุ กับ คนนอก ด้วย คนใน รู้ใส้พุงกัน การตอบโต้ จึง ทวีคูณ
ขณะที่ กลุ่ม พี่น้องบางคน ที่เขา ต้อง ร่วมแรงงานกัน มันเห็นได้ชัดว่า วัฒนธรรมแห่งการรวมกลุ่ม ยัง ทำงาน ได้ดีอยู่
<จบ>